<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;ปูดมีการวิ่งเต้น ตำแหน่ง 3บิ๊ก  &quot;เลขาสกสค.&quot;มีคนอยากได้มากที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8พ.ค.62-นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การสรรหาตัวจริงทั้ง 3 หน่วยงานในครั้งนี้ ตนพูดได้เลยว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อเข้ารับตำแหน่ง โดยตำแหน่งที่มีการวิ่งเต้นเพื่อขอเข้ารับตำแหน่งมากที่สุด คือ เลขาฯ สกสค. และผอ.องค์การค้าของ สกสค. ซึ่งไม่มีใครกล้าเข้ามาวิ่งเต้นกับตน แต่ผู้ที่ได้รับการกล่าวหามากที่สุด คือ ปลัด ศธ. ทั้งนี้ตนก็มั่นใจว่า ปลัด ศธ.จะทำเรื่องนี้ให้บริสุทธิ์ยุติธรรมได้ โดยการเปิดโอกาสให้กรรมการในแต่ละคณะกรรมการได้ใช้สิทธิ์ในการลงคะแนนลับอย่างเสรีโดยที่ไม่มีใบสั่งจากใคร นอกจากนี้กรรมการสรรหายังได้รายงานให้ตนรับทราบว่ามีการมาวิ่งเต้นกับกรรมการด้วย แต่กรรมการก็ไม่สนใจ ตนก็เชื่อมั่น ว่า ถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ย่อมไม่กระดิกเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35333</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค., #องค์การค้าคุรุสภา, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, สรรหาตำแหน่ง3บิ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c908989e74e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2019 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2019 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงครม.ของบฯ500ล้านสร้างอควาเรียมสงขลา  &quot;หมอธี&quot;ปลื้มจบโครงการมหากาพย์10ปีได้ในสมัยตนเอง/รวมเงินจ่ายไป 2,000 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6พ.ค.62-สอศ.เตรียม ชง ครม. ของบฯ&amp;nbsp; 500 ล้าน เดินหน้าสร้างอควาเรียมสงขลาต่อให้เสร็จเรียบร้อย &amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo;ปลื้ม สามารถยุติโครงการมหากาพย์ 10ปีได้ในสมัยตน&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมงบฯเบ็ดเสร็จ 2,000 ล้าน&amp;nbsp; สางทุจริตที่ค้างเติ่งได้สำเร็จในยุคนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการเดินหน้าก่อสร้างโครงการศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม ทะเลสาบสงขลา วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้ นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ได้สรุปรายงานงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการก่อสร้างซ่อมแซมต่อประมาณ 500 ล้านบาท และระเบียบหนังสือสัญญาในการส่งมอบงานการโอนอควาเรียมสงขลาให้กระทรวงทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ดูแลพัฒนาบริหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยตนจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ซึ่งถือว่าโครงการอควาเรียมดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ทั้งการตรวจสอบเรื่องทุจริตและการเดินหน้าก่อสร้างอควาเรียมให้เสร็จสิ้น ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบสวนทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องโครงการนี้นั้น ขณะนี้ถือเป็นหน้าที่ของสำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการ อีกทั้งนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตน หรือหากเข้าไปยุ่งเกี่ยวจะกลายเป็นว่าตนเข้าไปล้วงลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นมหากาพย์ยาวนานกว่า 10 ปี และใช้งบประมาณตั้งแต่เริ่มต้นโครงการไปจนถึงการก่อสร้างต่อให้เสร็จในปัจจุบัน ประมาณ&amp;nbsp; 2,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้ผมมีคำถามว่าในอดีตที่ผ่านมาเรามีงบประมาณจำนวนมาก ทำไมถึงสร้างไม่เสร็จแต่ก็ยังดีที่โครงการดังกล่าวเคลียร์ความไม่ชอบมาพากลได้อย่างเรียบร้อย&amp;nbsp; ดังนั้น ผมถือว่าในยุดที่ผมดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. ถือว่าได้สะสางเรื่องอควาเรียมสงขลาได้จบอย่างสมบูรณ์แบบ และก็ทำให้ชาวจังหวัดสงขลาได้มีสถานที่ท่องเที่ยว&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35123</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, สอศ., โครงการอควาเรียม สงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63c7e8b8608.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกอ.เปลี่ยนป้ายชื่อเป็น &quot;กระทรวงอว.&quot; หมอธี เชื่อจะทำให้ประเทศเดินหน้า งานวิจัยเข้มแข็งขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2พ.ค.62-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เนื่องจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขณะนี้ถือว่ามีผลตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ตนได้มอบหมายให้ นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นผู้ดูแล ซึ่งส่วนตัวตนก็ดีใจ เพราะเราได้เวลาที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศ ส่วนเรื่องที่มีผู้ไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งกระทรวงใหม่นั้น ตนคิดว่าตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของอารมณ์แล้ว ถึงเวลาที่ทุกอย่างต้องเดินหน้าไปด้วยกัน เพราะกฎหมายได้มีการประกาศไปเรียบร้อยแล้ว และ อว. ก็ถือเป็นภารกิจของประเทศ ส่วนตำแหน่งรักษาการรัฐมนตรีว่าการ อว. จะมีการพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า แต่จะเป็นใครนั้น ตนไม่ทราบจริงๆ และสำหรับตำแหน่งปลัด อว. คงจะต้องมีกระบวนการเหมือนกับการแต่งตั้งปลัดของทุกกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชัดเจนว่าการที่เรารวมวิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม และอุดมศึกษา เพราะอุดมศึกษามีทั้งวิทย์และศิลป์ และวิจัย นวัตกรรม จะทำให้ประเทศเราเดินหน้าได้ และการที่ทั้ง 2 หน่วยงานได้มาทำงานร่วมกัน จะทำให้การประสานงานคล่องตัวมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ท้าทาย ว่า หน่วยงานภายใต้กำกับที่มีความอิสระจะมาร่วมภายในหลังคาเดียวกัน กฎเกณฑ์เดียวกับภายในกระทรวงใหม่นี้ จะเป็นการเดินหน้าไปสู่ทิศทางที่ดี ซึ่งถึงเวลาที่ประเทศเราจะมีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการการสร้างงานวิจัย และนวัตกรรมต่างๆ&amp;ldquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซด์ของ อว. คือ www.most.go.th &amp;nbsp;มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง ความคืบหน้าของสถานะกระทรวง หน่วยงาน ภารกิจและหลักการ รวมทั้งปฏิทินการหลอมรวมหน่วยงานจาก สกอ.และวท.เข้าด้วยกัน และเบอร์โทรศัพท์สอบถามข้อมูล 1313 ทั้งนี้ในข้อมูลในเว็บไซด์ระบุถึงสถานที่ตั้งกระทรวงใหม่ว่า แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ส่วนบริหาร กำหนดให้อยู่ในกรุงเทพฯ และส่วนวิจัยให้กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานให้กับนักวิจัย ส่วนแผนการจัดหาอาคารสถานที่ในการปฏิบัติ แบ่งเป็น 2 ระยะ โดย 3 ปีแรก ให้ใช้สถานที่เดิมที่มีอยู่ ได้แก่ อาคารพระจอมเกล้า วท.เดิม และ อาคารอุดมศึกษา 1 และ 2 ที่ สกอ.เดิม ส่วนระยะยาว ให้พิจารณาจากกรอบอัตรากำลัง ภารกิจ หน้าที่และนโยบายของกระทรวงใหม่ และการเอื้ออำนวยบุคลากรในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบรรยากาศการทำงานวันแรกของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ที่ สกอ. เป็นไปตามปกติ ขณะที่ด้านหน้าสำนักงานปลัด อว. &amp;nbsp;ก็ได้ดำเนินการติดตั้งป้ายชื่อใหม่ว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม &amp;nbsp;โดยมีข้าราชการ สกอ.เดิม ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับป้ายชื่อเดิมและป้ายชื่อใหม่ กันอย่างคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34955</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, สกอ., อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5ccabf942b49b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;ชี้เลขาคุรุสภาคนใหม่  ต้องเก่งจริง เหตุบอร์ดคุรุสภา ออกเกณฑ์ประเมินผลงานทุกปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

30เม.ย.62-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาได้มีมติเห็นชอบให้มีการกำหนดตัวชี้วัดประกอบการประเมินองค์การมหาชน และผู้อำนวยการองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เฉพาะประจำปีงบประมาณ 2562 ซึ่งมีองค์ประกอบของการประเมิน 5 ด้าน ได้แก่ 1.ประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามหลักภารกิจพื้นฐานงานประจำ งานตามหน้าที่ปกติ หรืองานตามหน้าที่ความรับผิดชอบ งานตามกฎหมาย นโยบายของรัฐบาลและมติคณะรัฐมนตรี 2.ประสิทธิภาพการดำเนินงานตามหลักภารกิจยุทธศาสตร์ตามแนวทางปฎิรูปภาครัฐ 3.ประสิทธิภาพตามหลักภารกิจพื้นที่ ภูมิภาค ท้องถิ่น จังหวัดและกลุ้มจังหวัด 4.ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและพัฒนานวัตกรรมในการบริหารจัดการะบบงาน งบประมาณ ทรัพยากรบุคคล และ5.ศักยภาพในการดำเนินการขององค์การมหาชนตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี &amp;nbsp;ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามที่คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์กรมหาชน (กพม.) โดยความเห็นของครม.กำหนดให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาต้องประเมินผลการปฎิบัติงานขององค์กรที่จัดตั้งตาม พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เป็นประจำทุกปี ซึ่งนับว่ามีความเข้มข้นและท้าทายมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;iรมว.ศธ. กล่าวอีกว่า การประเมินดังกล่าวถือเป็นเรื่องดี เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการประเมินกันอย่างจริงจังไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการสำนัก หรือแม้กระทั่งตำแหน่งเลขาธิการ &amp;nbsp;ซึ่งเลขาธิการคุรุสภา &amp;nbsp;ก็ต้องเข้ารับการประเมิน ตามที่ กพม.กำหนดซึ่งระหว่างนี้ อยู่รขณะนี้ เราอยู่ระหว่างการสรรหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับรองหลักสูตรที่เป็นไปตามเกณฑ์ของสถาบันคุรุพัฒนา จำนวน 108 หลักสูตร จากที่เสนอเข้ามาทั้งหมด 127 หลักสูตร ของสำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรทางการศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษา และสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รวมถึงการรับรองหลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะครูอาชีวศึกษา โดยการพัฒนาประสบการณ์วิชาชีพในสถานประกอบการของสอศ. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาครูอาชีวศึกษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34793</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เลขาคุรุสภา, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, ประเมินผลงานเลขาคุรุสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c73952be126a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“หมอธี” ปลื้ม&quot;สถาบันไทยโคเซ็น&quot; เป็นรูปธรรม เริ่ม สจล.แห่งแรก เปิดภาคเรียน 12 พ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29เม.ย.62-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น ว่า ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการในความร่วมมือผลิตผู้เรียนระหว่างโคเซ็นของประเทศญี่ปุ่นและไทย โดยในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ ตนจะเป็นประธานเปิดสถาบันโคเซ็นที่เป็นความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) อย่างเป็นทางการ โดย สจล.ได้รับนักศึกษารุ่นแรกแล้ว จำนวน 24 คน ซึ่งเป็นเด็กหัวกะทิทั้งหมด นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือเรื่องมาตรฐานของโคเซ็น พร้อมทั้งอนุมัติมาตรฐานโคเซ็น โดยหากสถาบันใดต้องการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบโคเซ็นจะต้องมีมาตรฐานเป็นไปตามที่กำหนด เช่น เรื่องจำนวนอาจารย์ต่อผู้เรียน ขนาดของห้องเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน เป็นต้น ส่วนความร่วมมือโคเซ็นกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) นั้น มจธ.แจ้งว่าขอเวลาในการเตรียมความพร้อม 1 ปี เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามทตรฐานของโคเซ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ผมดีใจที่เรื่องนี้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะเป็นความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นการผลิตบุคลากรป้อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อย่างครบวงจร โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 15 ปี รวมถึงเป็นไปตามนโยบายนายกรัฐมนตรีที่ต้องการผลิตนักนวัตกร 4.0 ในอนาคตสำหรับนักศึกษาโคเซ็นของ สจล.รุ่นแรก เมื่อจบการศึกษาแล้วจะต้องใช้ทุนในกลุ่มภาคอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและเอกชน แต่หากผู้เรียนไม่ใช้ทุนก็จะมีค่าปรับตามสัญญาระหว่างผู้สมัครที่เข้าร่วมโครงการนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักอัยการตรวจสอบสัญญาโครงการอยู่&amp;rdquo;รมว.ศธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า ระบบโคเซ็นเป็นการเรียนที่มีมาตรฐาน และเน้นเนื้อหาการเรียนการสอนที่สร้างนวัตกร ทั้งนี้การจัดการเรียนการสอนโคเซ็นของ สจล.จะใช้มาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นหลักสูตร 5 ปีเน้นการปฏิบัติเข้มและหัวใจหลัก คือ การร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผู้เรียนจะต้องมีการทำโครงงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสามารถนำโครงการชิ้นนั้นไปแก้ปัญหาภาคอุตสาหกรรมได้ด้วย ส่วนอาจารย์ผู้สอนในช่วงแรกโคเซ็นจะส่งอาจารย์จากญี่ปุ่นมาช่วยสอนจากนั้นจะพัฒนาอาจารย์ของไทยให้เข้ามาทดแทนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34721</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, สจล., สถาบันไทยโคเซ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6c9ec63380.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นอควาเรียมสงขลา สร้างไม่เสร็จสักที &quot;หมอธี&quot;ชงครม.อนุมัติงบฯสร้างต่อและให้กระทรวงทรัพย์ฯรับช่วงดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29เม.ย.62- &amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo; ชงครม.ให้เห็นชอบ อนุมติงบฯเดินหน้า ก่อสร้าง&amp;quot; อควาเรียมสงขลา&amp;quot; เสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้&amp;nbsp; พร้อมกับให้กระทรวงทรัพย์ฯ รับช่วงดูแลต่อ หลังก่อสร้างเสร็จ&amp;nbsp; ห่วงถ้ามีรัฐบาลใหม่ โครงการอาจจะหยุดชะงักไม่ได้รับการสานต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้างโครงการศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม ทะเลสาบสงขลา วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า เรื่องนี้ตนกำลังเร่งให้ นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ดำเนินการอยู่ ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานถึงเหตุผลในการเดินหน้าก่อสร้างต่อที่อาจล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากมีการเปลี่ยนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา แต่ขณะนี้มีผู้มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ดังนั้นในเร็วๆ นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการเดินหน้าก่อสร้างอควาเรียม อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีการดำเนินการคืบหน้าไปมากแล้ว ทั้งการประสานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในการรับช่วงดูแลต่อเมื่อการก่อสร้างเดินหน้าเสร็จสิ้น รวมถึงจะต้องคำนวนงบประมาณที่จะใช้เดินหน้าต่อว่าจะมีจำนวนเท่าไหร่ด้วย ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นจะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจาณาเห็นชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่อยากให้การดำเนินการเรื่องนี้ล่าช้า เนื่องจากหากมีรัฐมนตรีใหม่เข้ามาก็ไม่รู้ว่าจะหยุดชะงักโครงการนี้ หรือไม่ได้ให้ความสำคัญด้วยหรือไม่ อีกทั้งอาจจะทำให้ความยุ่งยาก เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานหลายสิบปี รวมถึงอีกไม่นาน นายสุเทพ ก็จะเกษียณอายุราชการแล้วด้วย ซึ่งเรื่องการตรวจสอบความผิดของโครงการฯ ก็ดำเนินการเสร็จไปแล้ว เหลือเพียงการเดินหน้าก่อสร้างต่อ ที่ผมก็อยากจะทำให้เรียบร้อย&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โครงการอควาเรียมสง ขลา หรือที่รู็จักกันในนามอความเรียมหอยสังข์ ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี 2550 และมีกำหนดแล้วเสร็จปี 2554&amp;nbsp; ในวงเงิน 800 ล้านบาท แต่ผ่านแล้วกว่า 10 ปี โครงการนี้ยังไม่เสร็จสิ้น แม้จะผ่านรัฐบาลมา 6ชุด ใช้งบประมาณไปแล้ว&amp;nbsp; 1,400 ล้านบาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่สร้างไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากมีการทุจริตในโครงการ โดยข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และมีการแก้ไขสัญญาเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมาไม่ต่ำกว่า 6ครั้ง&amp;nbsp; เป็นผลให้งบฯในการก่อสร้างบานปลายเป็น กว่าพันล้าน แต่แม้จะเพิ่มงบฯการก่อสร้างก็ยังไม่เสร็จ กลายเป็นสถานที่ถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน ซึ่งขณะนี้ การก่อสร้างได้เริ่มขยับเดินหน้าต่อแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34671</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, อควาเรียมสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7d07270f3a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งก.พ.อ.หาทางเยียวยาขึ้นเงินเดือนขรก.อุดมฯ  8%ให้เท่ากับค่าตอบแทนของครู  รวมทั้งดูข้อกม.ย้อนหลังได้หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26เม.ย.62-&amp;quot;หมอธี&amp;quot; มอบ ก.พ.อ. ศึกษาระเบียบและข้อกฎหมาย หาแนวทางเยียวยา ปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการสถาบันอุดมศึกษา 8% เท่ากับข้าราชการครู&amp;nbsp; อีกทั้งสามารถเพิ่มได้ในอัตราเท่าไหร่ และย้อนหลังได้หรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการแจ้งเกี่ยวกับประกาศในราชกิจจานุเบกษา เรื่อง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2562 ให้ข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษา ปรับเพิ่มเงินเดือน ร้อยละ 8 เท่ากับข้าราชการครู สาระสำคัญคือในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น เพื่อเป็นการเยียวยาให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาได้รับเงินเดือนหรือเงินประจำตำแหน่งที่เหมาะสมและเป็นธรรม ก.พ.อ. อาจกำหนดให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาได้รับการเยียวยาโดยให้ได้รับเงินเดือนหรือเงินประจำตำแหน่งตามที่เห็นสมควรเป็นกรณี ๆ ไปก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมจึงมีมติมอบให้คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับระเบียบและข้อกฎหมายของ ก.พ.อ. ไปดูว่าจะมีการเยียวยาเรื่องนี้ได้อย่างไร หากจะให้เงินเงินย้อนหลังต้องดูว่าจะให้ถึงเมื่อไหร่ ทราบว่าจะมีการประชุมในวันที่ 30 เมษายนนี้ นอกจากนี้&amp;nbsp; ยังมอบหมายให้คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของ ก.พ.อ. ไปดูว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบมีใครบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ได้มีการสำรวจเรื่องเหล่านี้แล้ว แต่ข้อมูลขณะนี้อาจจะเปลี่ยนไแปลงป ทาง สกอ. จึงเสนอว่าจะไปสำรวจข้อมูลใหม่ ก.พ.อ.จึงขอให้สำรวจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย ถ้าสรุปได้เร็วก็ให้เร่งนำเสนอ ก.พ.อ.อีกครั้ง เพื่อจะได้เร่งดำเนินการต่อไป เนื่องจากทราบเป็นเรื่องที่คนมหาวิทยาลัยรอมานาน และตนช่วยดำเนินการมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ศูนย์ประสานงานสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือ CHES เสนอให้มีการปรับเพิ่มเงินเดือนร้อยละ 8 ให้แก่อาจารย์ทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุน และให้ย้อนหลังนั้น นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้กฎหมายเปิดช่องให้ ก.พ.อ.มีอำนาจเสนอเพิ่มเงินเดือนข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษาได้แล้ว จากนี้ต้องไปดูข้อกฏหมายและความเป็นจริงด้วยว่าการเยียวยาหรือเพิ่มเงินเดือนนั้นจะสามารถทำได้หรือไม่ และทำได้แค่ไหน กลุ่มใดบ้าง และ เยียวยาได้ย้อนหลังกี่ปี ซึ่งต้องดูข้อกฎหมายและสำนักงบประมาณ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34521</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.พ.อ., นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, ปรับเงินเดือนมหาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c629baf5e0a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
